การเดินทางท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมที่หลายคนชื่นชอบ แต่ไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล ก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง ประสบอุบัติเหตุ กระเป๋าสัมภาระสูญหาย หรือเที่ยวบินล่าช้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างความปวดหัวและค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดได้มากมาย ประกันเดินทางจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้นักเดินทางทุกคนอุ่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยเบี้ยประกันที่เริ่มต้นเพียงวันละไม่กี่สิบบาทเท่านั้น
ประกันเดินทางคืออะไร?
ประกันเดินทาง (Travel Insurance) คือประกันที่ให้ความคุ้มครองระหว่างการเดินทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยครอบคลุมความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง เช่น การเจ็บป่วยกะทันหัน อุบัติเหตุ การสูญเสียสัมภาระ การเลื่อนหรืองดเที่ยวบิน และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ประกันเดินทางมักซื้อเป็นทริปๆ ไป โดยเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่เดินทางออกไปจนถึงวันที่เดินทางกลับ หรือบางบริษัทก็มีแบบรายปีสำหรับคนที่เดินทางบ่อย
ความคุ้มครองหลักของประกันเดินทาง
ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน: เป็นความคุ้มครองที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งค่ารักษาพยาบาลในบางประเทศอาจสูงมาก เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ การนอนโรงพยาบาลแค่คืนเดียวอาจเสียค่าใช้จ่ายหลายแสนบาท
การสูญเสียหรือเสียหายของสัมภาระ: หากกระเป๋าเดินทางสูญหาย เสียหาย หรือล่าช้าระหว่างเดินทาง สายการบินมักจ่ายชดเชยไม่มาก แต่ประกันเดินทางจะชดเชยเพิ่มเติมให้
เที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก: หากเที่ยวบินล่าช้าหรือถูกยกเลิก ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือค่าเปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน ประกันเดินทางจะช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายเหล่านี้
อุบัติเหตุส่วนบุคคล: คุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางจนบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิต
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: หากคุณไปทำของในร้านค้าเสียหายหรือทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ ประกันเดินทางจะช่วยคุ้มครองค่าเสียหายส่วนนี้
ประกันเดินทางต่างประเทศ vs ในประเทศ
ประกันเดินทางต่างประเทศ: ควรมีวงเงินค่ารักษาพยาบาลสูง อย่างน้อย 1-5 ล้านบาท เพราะค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศแพงมาก ควรเลือกแบบที่ครอบคลุมโรคโควิด-19 ด้วย นอกจากนี้ควรตรวจสอบว่าประกันคุ้มครองการเล่นกีฬาผาดโผนหรือกิจกรรมเสี่ยงต่างๆ ด้วยหรือไม่
ประกันเดินทางในประเทศ: วงเงินค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องสูงมาก เพราะเราสามารถใช้สิทธิ์บัตรทองหรือประกันสังคมได้ แต่ประกันเดินทางในประเทศจะช่วยในกรณีที่ต้องยกเลิกทริป หรือสัมภาระเสียหาย รวมถึงอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง
วิธีเลือกประกันเดินทางให้เหมาะสม
ตรวจสอบปลายทาง: แต่ละประเทศมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลต่างกัน หากไปประเทศที่ค่ารักษาแพง เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ควรเลือกวงเงินค่ารักษาสูงๆ
ประเภทการเดินทาง: หากเดินทางคนเดียวอาจต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่าเดินทางเป็นหมู่คณะ และถ้าต้องเล่นกีฬาผาดโผนต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์คุ้มครองกิจกรรมเหล่านี้หรือไม่
ระยะเวลาในการเดินทาง: ทริปสั้นๆ 2-3 วัน ควรเลือกประกันรายทริป แต่หากเดินทางบ่อยปีละหลายครั้ง การทำประกันเดินทางแบบรายปีจะคุ้มค่ากว่า
อ่านเงื่อนไขให้ละเอียด: ตรวจสอบข้อยกเว้นของกรมธรรม์ เช่น โรคประจำตัว การตั้งครรภ์ การดื่มแอลกอฮอล์ การเล่นกีฬาเสี่ยงภัย และอายุที่รับประกันภัย
ข้อควรรู้ก่อนทำประกันเดินทาง
ซื้อก่อนเดินทาง: ควรซื้อประกันเดินทางก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 1-2 วัน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อนซื้อ จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
เก็บเอกสารให้พร้อม: ควรมีสำเนากรมธรรม์หรือ Card ประกันติดตัวไว้ทั้งในรูปแบบเอกสารและในมือถือ รวมถึงเบอร์โทรฉุกเฉินของบริษัทประกันเพื่อใช้ติดต่อเมื่อจำเป็น
แจ้งบริษัทประกันทันทีเมื่อเกิดเหตุ: เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องใช้ประกัน ควรรีบแจ้งบริษัทประกันทันที เพื่อรับคำแนะนำในการดำเนินการที่ถูกต้อง มิฉะนั้นอาจถูกปฏิเสธการเคลมได้
สรุป
ประกันเดินทางเป็นสิ่งที่นักเดินทางทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะอุบัติเหตุและเหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การมีประกันเดินทางติดตัวไปจะช่วยให้คุณอุ่นใจและเพลิดเพลินกับการเดินทางได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าหากเกิดอะไรขึ้นจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายมหาศาล
ก่อนการเดินทางครั้งต่อไป อย่าลืมทำประกันเดินทางเพื่อความสบายใจของคุณและคนที่คุณรัก ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำประกันเดินทางที่เหมาะสมกับทริปของคุณ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย